Wednesday, November 5, 2008

Barack Obama นั่งปธน.สหรัฐผิวสีคนแรก! (ปธน.คนที่ 44)

เกิด 4 สิงหาคม ค.ศ. 1961 (อายุ 47 ปี)
โฮโนลูลู ฮาวาย สหรัฐอเมริกา
สังกัดพรรค พรรคเดโมแครต
สมรสกับ มิเชล โอบามา
อาชีพ ทนายความ
ศาสนา คริสต์

บา รัค โอบามา (อังกฤษ: Barack Obama) มีชื่อเต็มว่า บารัค ฮุสเซน โอบามา (Barack Hussein Obama) เกิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2504 นักการเมืองอเมริกัน ปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตัวแทนจากรัฐอิลลินอยส์ สังกัดพรรคเดโมแครต ปัจจุบันตัวแทนพรรคเดโมแครตลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากับ จอห์น แมคเคน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2008 เขาเป็นคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนที่ 5 ที่ได้ดำรงตำแหน่งเป็น สมาชิกวุฒิสภาในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา และเป็นคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนเดียว ที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในปัจจุบัน[1]

โอบามาเกิด ที่เมืองโฮโนลูลู ในรัฐฮาวาย บิดาเป็นชาวเคนยา มารดาเป็นชาวอเมริกัน เมื่ออายุได้ 6 ขวบ มารดาแต่งงานใหม่กับชาวอินโดนีเซีย และย้ายไปอยู่ที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กับแม่และพ่อเลี้ยงของเขาเป็นเวลา 4 ปี โอบามาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เคยทำงานเป็นผู้จัดการวงการสังคม, อาจารย์มหาวิทยาลัย และทนายสิทธิพลเมืองมาก่อนที่จะหันมาสนใจการเมือง เขาได้ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาแห่งรัฐอิลลินอยส์ ในปี ค.ศ. 1997 ถึง ค.ศ. 2004 เคยสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐอเมริกาในการเลือกตั้งปี 2000 แต่ไม่ชนะการเลือกตั้ง จึงเริ่มหาเสียงในการสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2003

โอ บามาได้กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในการประชุมประชาธิปไตยแห่งชาติปี 2004 ขณะที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐอิลลินอยส์ จากนั้นได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤศจิกายน ปี 2004 ด้วยคะแนนเสียงกว่า 70%

ในระหว่างการทำหน้าที่ในสภาคองเกรส ที่ 109 นั้น โอบามาได้เรียกร้อง ให้มีการควบคุมการใช้อาวุธ และเรียกร้องให้มีการแถลงการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล ให้สาธารณชนได้ทราบด้วย นอกจากนั้น ในช่วงนี้ เขายังเคยไปเยือนยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง และแอฟริกาอย่างเป็นทางการด้วย ในสภาครองเกรสที่ 110 หรือสภาปัจจุบันนั้น เขาก็ได้เรียกร้องให้มีการดูแลอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงหรือโลกร้อน การก่อการร้ายด้วยอาวุธนิวเคลียร์ และให้การดูแลทหารผ่านศึกสหรัฐ

ที่มา : http://th.wikipedia.org